โลกน้ำคือเรื่องธรรดา: ดาวนพเคราะห์นอกระบบอาจมีน้ำจำนวนมาก

โลกน้ำคือเรื่องธรรดา: ดาวนพเคราะห์นอกระบบอาจมีน้ำจำนวนมาก

การศึกษาค้นพบดาวพระเคราะห์นอกระบบที่หมุนรอบดาวฤกษ์อื่นๆในปี พุทธศักราช 2535 ได้ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจสำหรับในการทำความเข้าใจส่วนประกอบของดาวนพเคราะห์กลุ่มนี้เพื่อตั้งเป้าหมายอื่นๆว่าพวกมันเหมาะกับการพัฒนาชีวิตหรือเปล่า ปัจจุบันนี้การประมาณข้อมูลใหม่จากกล้องส่องทางไกลอวกาศ Kepler ล่าสัตว์นอกอวกาศรวมทั้งภารกิจ Gaia กล่าวว่าดาวนพเคราะห์ที่รู้จักกันดีจำนวนไม่ใช่น้อยอาจมีน้ำสูงถึง 50% นี่เป็นจำนวนน้ำของโลกมากยิ่งกว่า 0.02% (โดยน้ำหนัก)

นักค้นคว้านำดร. ลีซง (Harvard University) พูดว่า “มันเกิดเรื่องน่าแปลกใจมากมายที่จำเป็นต้องใส่ใจว่าควรมีน้ำมากมายๆ

นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและทำการค้นพบว่ามีดาวเคราะห์นอกระบบที่ได้รับการรับรองหรือสมัครรับเลือกตั้งปริมาณ 4000 ดวงที่ศึกษาค้นพบมาจนกระทั่งสองจำพวกเป็นกรุ๊ปที่มีรัศมีของดาวพระเคราะห์ราวๆ 1.5 เท่าของโลกรวมทั้งมีขนาดเฉลี่ยโดยประมาณ 2.5 เท่าของรัศมีของโลก

ในช่วงเวลานี้กรุ๊ปนักวิทยาศาสตร์นานาประเทศภายหลังจากพินิจพิจารณาดาวนพเคราะห์นอกระบบที่มีการวัดมวลและก็การประมาณรัศมีปัจจุบันจากดาวเทียม Gaia ได้ปรับปรุงต้นแบบองค์ประกอบข้างในของพวกเขา

“พวกเราได้มองว่ามวลมีความข้องเกี่ยวกับรัศมีและก็ปรับปรุงแบบที่บางทีอาจชี้แจงถึงความเกี่ยวข้องนี้ได้” ลี่เซขี้ตระหนี่ล่าว แบบจำลองบอกว่าดาวนพเคราะห์นอกระบบพวกนี้ซึ่งมีรัศมีราวๆ x1.5 รัศมีของโลกมีทิศทางที่จะเป็นดาวพระเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นหิน (โดยปกติเป็นมวลโลก 5) เวลาที่ดาวนพเคราะห์ที่มีรัศมีของรัศมีโลก x2.5 (มีมวลโดยประมาณ x10) ของโลก) บางทีอาจเป็นโลกใต้น้ำ ”

“นี่เป็นน้ำ แต่ว่าไม่ค่อยพบมากในโลกนี้” ลี่เซขี้เหนียวล่าว อุณหภูมิผิวของพวกเขาคาดว่าจะอยู่ในตอน 200 ถึง 500 องศาเซลเซียสผิวของพวกเขาบางทีอาจปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่มีละอองน้ำที่ครอบครองโดยมีชั้นของของเหลวอยู่ข้างล่างการย้ายที่ลึกจะมุ่งมาดว่าน้ำจะกลายเป็น ไอออนแรงกดดันสูงก่อนที่จะพวกเราจะไปถึงแกนหินแข็งความสวยสดงดงามของต้นแบบเป็นการชี้แจงว่าองค์ประกอบที่เกี่ยวพันกับข้อพิสูจน์ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับดาวพระเคราะห์กลุ่มนี้เป็นยังไง ”

“ข้อมูลของพวกเรากล่าวว่าโดยประมาณ 35% ของดาวนพเคราะห์นอกระบบที่รู้จักกันดีซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโลกควรเป็นแหล่งน้ำที่อุดมไปด้วยน้ำกลุ่มนี้คงจะเกิดขึ้นในต้นแบบเดียวกันกับแกนดาวพระเคราะห์ยักษ์ (Jupiter, Saturn, Uranus, Neptune) ซึ่ง พวกเราเจอในระบบสุริยะของพวกเราเองภารกิจ TESS ที่พึ่งจะเปิดตัวจะมีการศึกษาและทำการค้นพบอีกหลายที่ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลของกล้องส่องทางไกลอวกาศเจมส์เวบบ์ซึ่งเป็นกล้องส่องทางไกลอวกาศรุ่นต่อๆไปหวังว่าจะมีลักษณะของบรรยากาศ นิดหน่อยของพวกเขานี้ตรงเวลาที่น่าเร้าใจสำหรับคนที่พอใจในโลกที่ห่างไกลพวกนี้. “

Comments are closed.